การใช้ Power
BI Desktop
จัดการฐานข้อมูลของคุณ รวมถึงสร้างรายงานผลแบบมืออาชีพ สำหรับธุรกิจ
และองค์กรของคุณ
เอ็กเซลล์มีเครื่องมือที่ทรงพลังอย่าง
Pivot
Table ช่วยจัดการข้อมูลของคุณได้อย่างรวดเร็ว
เช่น หาผลรวม,ค่าเฉลี่ย, สรุปยอดต่าง จัดรูปแบบข้อมูลเป็นสัดส่วน ฯลฯ
ให้เราเห็นภาพรวมของข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น และนำเสนองานได้รวดเร็ว
ทำให้ลดขั้นตอนยุ่งยากในการต้องใช้ฟังก์ชั่นของเอ็กเซลล์จัดการด้วยตนเอง..
เอ็กเซลล์มีเครื่องมือที่ชื่อว่า
Power
Query ที่มาพร้อมกับตัวโปรแกรมเอ็กเซลล์
มีประโยชน์ตอนเราเชื่อมต่อฐานข้อมูลผ่านแท็บ Data->Get data เราสามารถใช้ตัว Power Query เขียนคำสั่งดึงข้อมูลแบบมีเงื่อนไขเข้ามาใน Worksheet
ได้
Power BI
Desktop คืออะไร ?
Power BI
Desktop คือ
โปรแกรมสร้างรายงาน จากฐานข้อมูล จากหลายแหล่งข้อมูล เป็นของ Microsoft
เช่น
ดึงฐานข้อมูลจาก Microsoft Access, SQL server, ดึงข้อมูลจาก Worksheet ของเอ็กเซลล์, Oracle, Asure ฯลฯ เข้ามาในโปรแกรม Power
BI Desktop
แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมานำเสนอในรูปแบบของรายงาน..ไม่ว่าจะเป็นรายงานยอดขาย,
หาผลรวม, หาค่าเฉลี่ย, การแสดงรายการ Top สินค้าขายดี อื่นๆอีกมากมาย
แล้วแต่ว่าฐานข้อมูลที่คุณจะเอามาจัดการ หรือผสมผสานผ่านโปรแกรม Power BI Desktop เป็นฐานข้อมูลอะไร และยังสามารถแชร์ให้กับผู้คนในองค์กรของเราได้ด้วย
คุณสามารถดาวน์โหลด Power BI Desktop ได้ที่
https://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=58494
เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วให้ทำการติดตั้งโปรแกรม
Power BI Desktop ลงในเครื่องของคุณให้เรียบร้อย
หน้าตาของโปรแกรม
Power
BI Desktop เป็นดังภาพด้านล่างนี้
จะเห็นว่า
Menu
เป็นภาษาอังกฤษ
ซึ่งแล้วแต่ว่าเครื่องของเราตั้งค่าภาษาของเครื่องคอมเป็นภาษาอะไรนะครับ
บางคนเปิดมาครั้งแรกหน้าจอ Menu เป็นภาษาไทย
ใครถัดใช้เมนูภาษาอะไรให้เข้าไปเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าบนโปรแกรม Power
BI Desktop ได้เลยครับ
โดยเข้าไปที่
File->Options
and Settings ->Options
หน้าต่าง
Options
จะปรากฏตัวขึ้นมา ที่ด้านซ้ายมือให้คลิ้กที่ Regional
Settings, ที่ด้านขวามือตรง
Application
Language เลือกภาษาที่ต้องการ
แล้วคลิ้กที่ OK (ดังภาพด้านล่างนี้)
จากนั้น ปิดโปรแกรม Power BI Desktop แล้วเปิดโปรแกรมขึ้นมาใหม่
จะพบว่า
เมนูต่างๆกลายเป็นภาษาตามที่เราได้ตั้งค่าไว้
ก่อนจะเริ่มใช้งาน
Power
BI Desktop สำหรับใครที่ไม่มีฐานข้อมูลให้ทดลองใช้..
ให้ไปดาวน์โหลดฐานข้อมูล Northwind.accdb จากอินเทอร์เน็ตมาก่อนนะครับ..เพื่อลองเล่นให้เข้าใจก่อน
จึงจะใช้กับฐานข้อมูลจริงของเรา
ในตัวอย่างนี้ใช้ฐานข้อมูลของ
Northwind.accdb
เช่นกัน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลฟรีของ Microsoft
เอาละ
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเรามาเริ่มใช้งาน Power BI Desktop กันแบบ Step By Step กันเลยครับ
1. เปิดโปรแกรม Power BI Desktop ขึ้นมา จากนั้นคลิ้กที่ แท็บ Home,
Get data, More… จะปรากฏหน้าต่าง
Get
Data ขึ้นมา ให้เราคลิ้กที่ Access
Database แล้วคลิ้กที่
Connect
ดังภาพด้านล่างนี้
2. เลือกฐานข้อมูล Northwind.accdb แล้วกด เปิด ดังภาพด้านล่างนี้
3. หน้าต่าง Navigator จะปรากฏขึ้นมา..ด้านซ้ายมือจะปรากฏชื่อฐานข้อมูล
และรายชื่อตารางที่อยู่ในฐานข้อมูล Northwind.accdb ให้เราเลือกตารางมาสัก 2 ตาราง จะสังเกตุเห็นว่า เมื่อเราคลิ้กเลือกตาราง ฝั่งขวามือจะแสดงรายละเอียดข้อมูลในตารางออกมา
ว่ามีฟิลด์ (ข้อมูลอะไรบ้าง) ดังภาพด้านล่างนี้
4. ถ้าเราต้องการจะแก้ไขตารางก่อนจะนำเข้าข้อมูลเข้ามาใน Power
BI Desktop ก็ให้คลิ้กที่
Transform
Data ตามภาพด้านล่างนี้

5. จะปรากฏเครื่องมือ Power Query Editor ขึ้นมา เพื่อแก้ไขก่อน เช่น การลบคอลัมน์ในตารางที่ไม่ต้องการ การแก้ไขชื่อคอลัมน์ (ดับเบิ้ลคลิ้กที่ชื่อคอลัมน์ แล้วพิมพ์ชื่อใหม่เข้าไปตามต้องการ) ฯลฯ เมื่อแก้ไขจนพอใจแล้วก็กดที่ Close & Apply ดังภาพด้านาล่างนี้
ในตัวอย่างนี้ผมจะไม่แก้ไขอะไร ผมก็กด Close & Apply เลย
6. รอสักครู่ในขณะระบบนำข้อมูลเข้าโปรแกรม Power BI Desktop ..ตาราง 2 ตารางที่เราเลือกจะถูกนำเข้ามาในโปรแกรมซึ่งจะอยู่ในส่วนของ Fields ด้านขวามือตามภาพ
7. เราจะเรียนรู้เรื่องการจัดการฐานข้อมูลในตารางก่อน โดยให้เราคลิ้กไปที่โหมดตาราง
แล้วลองคลิ้กที่ตารางแต่ละตารางด้านขวามือ..หน้าต่างตรงกลางก็จะแสดงข้อมูลภายในตารางที่เราคลิ้กให้เห็นดังภาพ
8. สมมติว่าเราต้องการหาผลรวมของสองคอลัมน์ คือ คอลัมน์
Quantity และ
Unit
Price ที่อยู่ในตาราง Products
Orders เราจะสามารถทำได้
2
วิธี
แบบแรก : คำนวณโดยการสร้างคอลัมน์ใหม่ขึ้นมา แล้วตั้งชื่อคอลัมน์ใหม่เป็นชื่อที่เราต้องการ โดยทำดังนี้
จากภาพด้านบนให้เราคลิ้กที่ตาราง Product Orders เพื่อแสดงข้อมูลในตารางดังภาพ...เราจะบวกคอลัมน์ Quantity และ Unit Price เข้าด้วยกัน เช่น 30+3.5, 100+14,10+30…เป็นต้น ..เนื่องจากการบวกเข้าด้วยกันนี้ เราจะให้ผลรวมไปแสดงในคอลัมน์ใหม่ เราจึงคลิ้กที่ New Column เพื่อเข้าสู่ Mode การเขียนโค้ดคำนวณ และสร้างตารางใหม่ให้อัติโนมัติหลังจากคำนวณเสร็จ
เมื่อคลิ้กที่
New
Column จะมีเคอร์เซอร์กระพริบรอ
ให้เราป้อนสูตรเข้าไป ว่า
Column = 'Product Orders'[Quantity]+'Product
Orders'[Unit Price]
จากนั้นกด
Enter
เมื่อกด Enter ผลลัพธ์ที่ได้คือ มีการแทรก Column
ใหม่ขึ้นมา ชื่อว่า Column พร้อมกับคำนวณ
(บวกกัน)ใส่ค่าผลรวมเข้าไปในคอลัมน์นี้ด้วย (ดังภาพด้านบนี้)..และมีการแทรกฟิลด์ที่ชื่อคอลัมน์เข้าไปเป็นฟิลด์ย่อยในตาราง
Product
Orders ด้วย
คำอธิบายสูตร
Column = 'Product Orders'[Quantity]+'Product Orders'[Unit Price]
Colum คือ ชื่อที่ตั้งขึ้นอัตโนมัติ
ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนเป็นชื่ออื่นได้ในภายหลัง
หรือจะกำหนดตั้งแต่ขั้นตอนเขียนสูตรเลยก็ได้
'Product Orders'[Quantity] คือ นำค่าของฟิลด์ที่ชื่อ Quantity ซึ่งอยู่ในตาราง Product Orders ไปคำนวณ
'Product Orders'[Unit Price] คือ นำค่าของฟิลด์ที่ชื่อ Unit Price ซึ่งอยู่ในตาราง Product Orders ไปคำนวณ
สังเกตุว่า ชื่อตารางจะมีเครื่องหมาย
' ครอบด้วย
ซึ่งเป็นกฏของโปรแกรม ส่วนชื่อฟิลด์จะอยู่ในเครื่องหมาย [] เป็นต้น
ดังนั้น สูตร Column = 'Product
Orders'[Quantity]+'Product Orders'[Unit Price] จึงหมายถึง
การนำค่าฟิลด์ทั้งสองมาบวกกันแล้วเก็บไว้ใน Column นั่นเอง
การเปลี่ยนชื่อ Column ไปเป็นชื่ออื่น เราสามารถทำได้ในช่อง Name หรือเปลี่ยนแปลงตรงการเขียนโค้ดก็ได้
เช่น จะเปลี่ยนชื่อไปเป็น TotalQU ก็แก้โค้ดใหม่เป็น
TotalQU = 'Product Orders'[Quantity]+'Product Orders'[Unit Price] แล้วกด Enter ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นดังภาพด้านล่างนี้ครับ
แบบที่สอง : คำนวณโดยใช้ New measure คำนวณโดยไม่มีการเพิ่มคอลัมน์ใหม่เข้ามา
วิธีทำ
ให้คลิ้กที่ New measure แล้วพิมพ์สูตรเข้าไปดังนี้
TotalQU2 = 'Product Orders'[Quantity]+'Product Orders'[Unit Price] แล้วกด Enter
ผลลัพธ์ที่ได้คือ เกิด Error ขึ้นข้อความว่า
A single value for column 'Quantity' in table 'Product
Orders'cannot be determined.
This can happen when a measure formula refers to a column that
contains many values
without specifying an aggregation such as min, max, count, or sum
to get a single result.
(ดังภาพด้านล่างนี้)
ความหมายคือ โปรแกรมไม่สามารถคำนวณเนื่องจากการคำนวณด้วย Measure ถูกกำหนดให้ใช้ควบคู่กับฟังก์ชั่นประเภทหาผลรวม..กล่าวคือ ถ้าจะใช้ New measure เพื่อคำนวณต้องใช้ควบคู่กับฟังก์ชั่น min,max,count, หรือ sum ซึ่งเป็นฟังช์ชั่นหาค่าน้อยสุด,ค่ามากสุด,หานับจำนวน,หรือค่าผลบวก เป็นต้น
ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนสูตรใหม่เป็น
TotalQU2 = sum('Product Orders'[Quantity])+sum('Product
Orders'[Unit Price])
ความหมายคือ ค่าที่อยู่ในฟิลด์ Quantity ทุกค่าจะถูกบวกเข้าด้วยกันก่อน ด้วยฟังก์ชั่น sum และค่าที่อยู่ในฟิลด์ Unit Price ทุกค่าจะถูกบวกเข้าด้วยกันก่อนด้วยฟังก์ชั่น sum เช่นกัน ก่อนที่จะนำทั้งสองส่วนมาบวกกันแบบปกติได้
จากภาพด้านบนเราจะเห็นว่า Error หายไปแล้ว..และไม่มีการเพิ่มคอลัมน์ที่ชื่อ TotalQU2 เข้าไปในตาราง Product Orders ให้เราเห็น..แต่จะเพิ่มเข้าไปเป็นฟิลด์ ในตาราง Product Orders (เราสามารถนำมาใช้ตอนสร้าง Report ได้ เพราะเป็นฟิลด์ๆหนึ่งของตาราง Product Orders ที่เราสร้างขึ้นมาซึ่งเอาไว้เก็บผลรวมอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว)
การสร้าง Report (รายงาน)
หลังจากได้เรียนรู้การใช้คำสั่งเบื้องต้นจัดการตารางที่นำเข้ามาใน
Power
BI Desktop แล้ว ต่อไปจะเรียนรู้การสร้างรายงานบ้าง
มีวิธีการดังนี้
1.
ให้เราคลิ้กเพื่อเข้าสู่โหมดการสร้างรายงาน..หน้านี้ประกอบไปด้วย
พื้นที่ออกแบบรายงาน สามารถลากฟิลด์ และchart ต่างๆเข้ามาจัดวางในส่วนนี้ได้
Visualizations เป็นเครื่องมือในการสร้าง แผนภูมิกราฟ (chart) ต่างๆ เช่น กราฟเส้น, กราฟแท่ง, ฯลฯ การใส่แผนที่,การ์ด,ตาราง
และอื่นๆ เป็นต้น
Fields คือข้อมูลที่อยู่ในตารางที่เราสามารถลากเข้ามายัง
“พื้นที่ออกแบบรายงาน” ว่าต้องการให้มีฟิลด์อะไรบ้าง
Page คือ หน้าของรายงาน
เราสามารถออกแบบรายงานของเราไว้ในหน้าเดียว หรือ หลายๆหน้าก็ได้
(โดยการกดเครื่องหมาย + เพื่อเพิ่มหน้าเข้ามา...จากภาพด้านบนเรากำลังอยู่ที่
Page
1
มาลองสร้างรายงานกันดูครับ..เราจะลองลากฟิลด์เข้ามาใน
พื้นที่ออกแบบรายงาน..โดยลองลากฟิลด์ TotalQU2 ที่เก็บผลบวกเอาไว้จากตัวอย่างก่อนหน้านี้
(ซึ่งเรายังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์)
วิธีทำ ให้เรากดเม้าส์ค้างไว้ที่ฟิลด์ TotalQU2 แล้วลากมาปล่อยใน พื้นที่ออกแบบรายงาน
ผลลัพธ์ที่ได้เป็นดังภาพด้านล่างนี้
เนื่องจากค่าใน TotalQU2 มีค่าเดียว (เก็บผลบวกของทั้งสองฟิลด์ไว้)
เมื่อเราลากเข้ามาในพื้นที่สร้างรายงาน โปรแกรมจะสร้างกราฟแท่งให้อัติโนมัติ
(ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนทีหลังได้)ในส่วนของ Visualizations
ถ้าอยากรู้ว่าค่า TotalQU2 เก็บค่าอะไรไว้ก็เอาเม้าส์ไปชี้ที่กราฟแท่ง ก็จะแสดงค่าออกมาดังภาพครับ
เราสามารถย่อ
ขยายกราฟของเราและลากไปวางที่ตำแหน่งต่างๆได้..สามารถใช้เครื่องมือ Text Box เพื่อเพิ่มข้อความกำกับอธิบายให้สื่อความหมายได้
โดยคลิ้กที่ Text Box แล้วพิมพ์ข้อความเข้าไป
ตามภาพด้านล่างนี้
สามารถใส่สีตัวอักษรได้โดยคลิ้กตรงตัว A, ทำตัวหน้า ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ จัดชิดซ้าย ขวา
ตรงกลาง ทำข้อความเป็น hyper link ได้เหมือนกับ
Microsoft
word ครับ
การแสดงผลฐานข้อมูลแบบตารางบน Report (รายงาน)
เราจะสร้างไว้ในหน้าเดียวกัน หรือ คนละหน้าก็ได้ ขึ้นกับไอเดียการออกแบบ และลักษณะงานที่เราต้องการ ในตัวอย่างต่อจากนี้จะสร้างไว้คนละหน้า เพื่อสะดวกในการอธิบาย และเห็นภาพชัดเจนกว่า (ชัดกว่าการยัดไว้ในหน้ารายงานเพียงหน้าเดียว)
วิธีทำ
1.
ให้เราคลิ้กที่เครื่องหมายบวก
เพื่อเพิ่มหน้าเข้ามา (Page 2)
2.
จากนั้นคลิ้กที่ตารางที่อยู่ในส่วน
Visualizations
เพื่อเพิ่มโครงสร้างแบบตารงเข้ามาในพื้นที่สร้างรายงาน..ให้เราขยายขนาดโครงสร้างนี้ให้เต็มพื้นที่ทำงาน
หรือ ขยายขนาดกว้างเพียงพอกับฟิลด์ที่เราจะเอาเข้ามาวางในตารางงนี้
3.
ให้ลาก fields ต่างๆที่เราต้องการให้แสดงในตารงเข้ามาวางใต้ช่อง Values (ลากมาวางในช่อง add data fields here) ดังภาพด้านล่างนี้
เมื่อลากฟิลด์ต่างๆ
มาวางจนหมดแล้วก็จะได้ผลลัพธ์ดังภาพด้านล่างนี้ เราจะสังเกตุเห็นว่า
ขนาดตัวหนังสือเล็กมาก เดี่ยวเรามาเรียนรู้เรื่องจัดการกับตัวหนังสือกันครับ
แต่ตอนนี้อยากให้เรารู้จักกับอีกโหมดหนึ่งกันครับ
นั่นคือ Focus
mode ที่อยู่บน Report ..ปุ่มที่อยู่ในกรอบสี่แดงดังภาพด้านล่างนี้
หลังจากคลิ้กปุ่ม Focus mode โปรแกรมจะซูมรายละเอียดให้ชัดขึ้น
ผลลัพธ์ก็จะเป็นเหมือนภาพด้านล่างนี้
จากภาพด้านบนถ้าเราต้องการจะกลับไปที่หน้าออกแบบรายงานก็กดที่ Back to report เพื่อออกแบบรายงานต่อไป .. หลังจากคลิ้กที่ปุ่ม Back to report ผลลัพธ์เป็นดังภาพ
การใส่สีให้กับตัวอักษร การกำหนดขนาดตัวอักษร ให้กดที่ปุ่ม
format
ที่อยู่ด้านขวามือ จากนั้นคลิ้กที่ Values
ซึ่งใน values เราสามารถกำหนดทั้งสีอักษร และ ขนาดตัวอักษร,
รูปแบบฟอนท์ได้ ดังภาพด้านล่างนี้
การกำหนดสีพื้นหลัง รวมถึงสีของฟอนท์ของแต่ละคอลัมน์ สามารถทำในส่วนของ field formatting
ธีม หรือ รูปแบบตารางสำเร็จรูป
เราสามารถเลือกที่เมนู Style ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้
ดังภาพตัวอย่างด้านล่างนี้ครับ
ใส่ สี,ขนาดตัวอักษร, พื้นหลัง
ให้กับส่วนหัวของตาราง จะอยู่ในส่วนของ Column headers ดังภาพตัวอย่างด้านล่างนี้
สำหรับตัวเลือกอื่นๆ
ที่ยังไม่อธิบายขอให้ทุกคนไปทดลองใช้กันเองน่ะครับ ไม่ยากอะไร
ไกด์ไลน์เพียงเท่านี้ น่าจะพอทำให้เราใช้ความสามารถส่วนที่เหลือเองได้ไม่ยาก
การแทรกฟิลด์ไปที่แกนของกราฟ และการสร้างกราฟเส้น
วิธีทำ
แทรก page 3 ขึ้นมา จากนั้นคลิ้กที่ Line chart ที่อยู่ในส่วน Visualizations เพิ่มเข้ามาในพื้นที่ของรายงาน
ลากฟิลด์ Company name ที่อยู่ใน Products orders มาวางใต้ Axis, ลากฟิลด์ Quantity, Unit price มาวางใต้ Values, โปรแกรมจะทำการสร้างกราฟเส้นให้ดังภาพด้านล่างนี้
การเปลี่ยนชื่อหัวข้อเรื่องของ Chart,เปลี่ยนสี,ขนาดอักษร,สีพื้นหลัง ทำได้ในส่วนของ Format, แล้วคลิ้กที่ Title
ดังภาพด้านล่างนี้
การเปลี่ยนสีพื้นหลังของ chart และกำหนดความโปร่งแสงของสีพื้นหลัง ทำได้ในส่วน Background
การใส่สีตัวอักษร,สีพื้นหลัง,ขนาดตัวหนังสือ,เลือกชนิดของฟอนท์ให้กับ Tooltip สามารถกำหนดได้ในส่วนของ Tooltip ดังภาพด้านล่างนี้
*Tooltip หมายถึง
กล่องข้อความอธิบายเพิ่มเติม หรือชี้แจงรายละเอียด เมื่อเรานำเมาส์ไปชี้ที่ chart
การใส่ภาพพื้นหลังในพื้นที่ Plot chart สามารถกำหนดภาพได้ในส่วนของ
Plot
area โดยสามาถกำหนดความโปร่งแสงของภาพได้
รวมถึงกำหนดว่าจะให้ภาพขยายเต็มพื้นที่ทำงาน(Fill) หรือ พอดีกับพื้นหลัง(Fit) หรือใส่ภาพไปตามปกติ (Normal) ดังภาพด้านล่างนี้
สำหรับการเปลี่ยนชื่อหัวเรื่องที่ แกนx แกน y ของ chart สามารถทำได้ที่ X axis, Y axis ตามลำดับ โดยสามารถแก้ไขชื่อใหม่ได้ในส่วนของ Axis title (พิมพ์แทนที่คำว่า Auto ไปเลยครับ) ดังภาพด้านล่างนี้
สำหรับอีกโหมดหนึ่งที่ยังไม่ได้กล่าวถึงคือ
โหมด Model
เป็นโหมดที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของตารางในฐานข้อมูล
อย่างเช่นในตัวอย่างนี้ เรานำเข้ามา 2 ตาราง
ในสองตารางนี้ เรามีคีย์ที่เก็บค่าเหมือนกัน (ฟิลด์ที่สัมพันธ์กัน) คือ ฟิลด์ Company ซึ่งอยู่ในตาราง Customers และ ฟิลด์ Company name ที่อยู่ในตาราง Product orders เมื่อเราเอาเมาส์ไปชี้ที่ลูกศรที่มีเส้นโยงความสัมพันธ์ระหว่างฟิลด์ในตาราง
จะเกิดแถบสีเหลืองขึ้นที่ฟิลด์ที่เก็บค่าข้อมูลเดียวกัน ซึ่งอยู่คนละตาราง
ดังภาพด้านล่างนี้
การแชร์รายงาน (Report) ที่สร้างเสร็จแล้วบนโลกออนไลน์
คลิ้กที่แท็บ Home แล้วกด ที่ Publish แล้วทำตามขั้นตอนที่โปรแกรมบอกได้เลย
สำหรับบทความนี้ก็คงต้องข้อยุติแต่เพียงเท่านี้
อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการสอนการใช้งาน Microsoft Power BI Desktop เบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นการปูพื้นฐานที่ทำให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้ได้รับประโยชน์ไปไม่น้อย
สามารถต่อยอดเรียนรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตนเองได้ไม่ยาก ขอบคุณครับ
































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น