วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2564

ผักขี้หูด “วาซาบิเมืองไทย” ยอดอ่อน ฝักอ่อน ลวกกินกับน้ำพริกช่วยละลายนิ่ว แก้อาหารไม่ย่อย

 

ผักขี้หูด “วาซาบิเมืองไทย” ยอดอ่อน ฝักอ่อน ลวกกินกับน้ำพริกช่วยละลายนิ่ว แก้อาหารไม่ย่อย

  “ผักขี้หูด”  ไชโป้วหางหนู ถูกพบมากที่สุดในอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเชื่อว่ามีต้นกำเนิดในประเทศจีน ส่วนในไทยพบมากในภาคเหนือที่นิยมเก็บฝักอ่อนหรือยอดอ่อนมาประกอบอาหาร

  “ผักขี้หูด” ไชโป้วหางหนู ผักเปิ๊ก ผักกาดแซ (ผักกาดที่มีกลิ่นฉุนแรง) เป็นพืชล้มลุกปีเดียว ต้นขึ้นเป็นกอเหมือนกับผักกาดเขียว มีลักษณะขอดเป็นปุ่มๆ ยาวตลอดทั้งฝัก ชาวบ้านจึงนำลักษณะของผักชนิดนี้มาตั้งชื่อว่า “ผักขี้หูด” และด้วยความที่มีกลิ่นฉุน ผักขี้หูดจึงได้รับฉายานามว่าเป็น “วาซาบิเมืองไทย”

  “ผักขี้หูด” ชอบขึ้นในที่มีอากาศหนาวเย็นหรือที่มีความชุ่มชื้น หาพบในภาคอื่นได้น้อยมาก ส่วนทางภาคอีสานก็พบได้เฉพาะบนภูสูงเท่านั้น ดังนั้นผักชนิดนี้จึงเป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างกว้างขวางทางภาคเหนือ


ประโยชน์ของผักขี้หูด

1.    ใบดิบ และผลดิบ เมื่อรับประทานจะมีรสเผ็ด และมีกลิ่นฉุนคล้ายวาซาบิ แต่เมื่อทำสุกจะออกรสหวานมน จึงนิยมนำมารับประทานดิบหรือลวกคู่กับน้ำพริก

2.    ใบอ่อน ยอดอ่อนและฝักอ่อน นิยมนำมาทำอาหารจำพวกแกงและผัดต่างๆ เช่น แกงเลียง แกงส้ม ผัดฝักผักขี้หูด เป็นต้น

3.    ใบอ่อน ยอดอ่อน และดอกอ่อน นำมาทำผักดอง ด้วยการนำมาคั้นหรือขยำกับเกลือ และน้ำซาวข้าว ก่อนใส่กระปุกดองไว้รับประทาน

4.    ฝักดิบแก่หรือฝักแห้ง นำมาต้มน้ำสำหรับฉีดพ่นในแปลงผัก ช่วยไล่แมลงป้องกันแมลงหรือหนอนกัดกินพืชผัก

สรรพคุณของผักขี้หูด

-             ฝักและใบช่วยทำให้เจริญอาหาร

-             เนื่องจากฝักผักขี้หูดมีกลิ่นฉุ่นแรง จึงนิยมนำไปใช้เป็นยาสมุนไพรแก้หวัด

-             (ใบ, ผัก) ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ช่วยละลายนิ่ว

-             ดอก เป็นยาช่วยขับน้ำดี

-             ตำรับยาพื้นบ้านล้านนา จะใช้ประโยชน์เช่นเดียวกับผักกาดหัวหรือหัวไชเท้า

ประโยชน์ของผักขี้หูด

ดอกและฝักของผักขี้หูด สามารถใช้รับประทานเป็นผักได้ทั้งสดและสุก

โดยผักขี้หูดเมื่อสดหรืออ่อนจะมีรสชาติเผ็ดเล้กน้อย มีรสคล้ายกับรสมัสตาร์ด แต่เมื่อนำไปต้ม หรือทำให้สุกก็จะออกรสหวานมัน คล้ายกับก้านดอกหอม มีรสอร่อย

  โดยนิยมรับประทานกันมาก ทางภาคเหนือ โดยอาหารเหนือจะมีความอร่อยเป็นพิเศษหากนำผักขี้หูดมาร่วมปรุงด้วย เช่น การทำแกงแค แกงส้มปลาช่อน แกงส้มพริกสดใส่มะเขือเทศ แกงป่ากับหมูสามชั้น แกงผักขี้หูดใส่มดแดง แกงผักขี้หูดกับแหนมใส่ไข่ หรือนำมาใช้ทำเป็นผัดผักขี้หูด เป็นต้น

นอกจากนี้ยังสามารถนำมารับประทานเป็นผักสด หรือนำไปลวกจิ้มกับน้ำพริก เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกอ่อง ฯลฯ

-             คุณค่าทางโภชนาการของผักขี้หูด ต่อ 100 กรัม ให้พลังงาน 30 แคลอรี่, ไขมัน 1 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 5.6 กรัม, โปรตีน 1.8 กรัม, ใยอาหาร 0.9 กรัม, วิตามินซี 52 มิลลิกรัม, แคลเซียม 60 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 19 มิลลิกรัม และธาตุเหล็ก 0.6 กรัม

-             หากนำผักขี้หูดไปหมักผสมกับ EM ก็จะสามารถนำมาใช้ทำเป็นยาไล่แมลงได้อีกด้วย

กินฟักทอง ช่วยต้านความชรา ลดอาการปวดเมื่อยของข้อเข่า และบั้นเอวได้

 กินฟักทอง ช่วยต้านความชรา ลดอาการปวดเมื่อยของข้อเข่า และบั้นเอวได้

     คุณค่าทางโภชนการ ของฝักทอง ต่อ 100 กรัม - พลังาน 26 กิโลแคลอรี และ ข้อควรระวังในการทาน “ฟักทอง” ที่พึงรู้ไว้

-             เนื้อฟักทอง มีวิตามินเอสูง รวมทั้ง ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี แป้ง และ ที่จะลืมไปไม่ได้เลยก็คือ “เบต้าแคโรทีน” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อยู่ในเนื้อสีเหลืองของฟักทอง สามารถช่วยลดการเกิดมะเร็งโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจได้ แถมเบต้าแคโรทีน ยังช่วยต้านความชรา ป้องกันโรคผิวหนัง บรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อเข่าและบั้นเอวได้เป็นอย่างดี


-             - เปลือกฟักทอง มีฤทธิ์ทางยามากมาย ถ้าทานฟักทองทั้งเปลือก จะสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิต บำรุงตับ บำรุงไต บำรุงดวงตา สร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ตายไป ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

-             - ใบอ่อน มีวิตามินเอสูง เท่ากับเนื้อฟักทอง แต่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าในเนื้อ

-             ดอก มีวิตามินเอ ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส มีวิตามินซีเล็กน้อย

-             - เมล็ด ประกอบด้วยแป้ง ฟอสฟอรัส โปรตีนและวิตามิน รวมทั้งสารที่ชื่อว่า “คิวเคอร์บิติน” ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิตัวตืดได้ดี และยังช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันการเกิดนิ่ว และป้องกันการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

     นอกจากนี้ น้ำมันจากเมล็ดฟักทองยังช่วยบำรุงประสาทได้ดี และยังมีกรดอะมิโนบางชนิดที่ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากของผู้ชายขยายใหญ่ขึ้น และช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้จากลูกอัณฑะให้อยู่ในระดับปกติ

-             ราก นำมาต้มน้ำใช้ดื่มแก้อาการไอได้และยังช่วยบำรุงร่งกาย ถอนพิษของฝิ่นได้

-             เยื่อกลางผล สามารถนำมาพอกแผล แก้อการฟกช้ำ อาการปวด อักเสบได้

     สำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการลดน้ำหนัก “ฟักทอง” นี่แหละคือ “ตัวช่วย” ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว เพราะฟักทองเป็นพืชที่มีกากใยมาก และมีแคลอรี่ไม่สูง ไขมันน้อย จึงไม่ทำให้อ้วน ในฟักทองมีวิตามินหลายชนิดในปริมาณสูง จะช่วยเสิรมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณของสาวๆ มีน้ำมีนวลแถมสายตายังดูปิ๊งอีกต่งหาก

     นอกจากนี้ สำหรับสตรีหลังคลอดบุตร “ฟักทอง” ซึ่งมีฤทธิ์อุ่น จะช่วยย่อยอาหารทำให้กระเพราะอุ่น บำรุงกำลัง ลดอาการอักเสบ แก้ปวดได้อีกด้วย

 

ข้อควรระวัง ในการทาน “ฟักทอง”

     เนื่องจาก “ฟักทอง” มีฤทธิ์อุ่น ดังนั้น คนที่ “กระเพาะร้อน” คือ จะมีอาการ เช่น กระหายน้ำ ปากเหม็น หิวง่าย ปัสสาวะเหือง ท้องผูหก เป็นแผลในช่องปาก เหงือกบวม ไม่ควรทานฟักทองมากเกินไป เพราะอาจจะกระตุ้นให้ร่างกายร้อนขึ้นได้นั่นเอง

     แม้แต่ในคนปกติ การทานฟักทองมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อไม่สบายท้องได้เช่นกัน ได้เห็นประโยชน์ดีๆ ของ “ฟักทอง” แล้วอย่าลืมหามาทานกัน

 

วิธีรับประทาน “ฟักทอง”

     เตรียมเมล็ดฟักทองประมาณ 60 กรัม ทุบให้แตกละเอียดนำมาผสมกับน้ำตาล, นม และน้ำเติมลงไปจนได้ประมาณ 500 มิลลิลิตร แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2 ชั่วโมงจะฆ่าพยาธิตัวตืดได้

     หลังจากให้ยาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง ควรรับประทานยาระบายน้ำมันละหุ่ง 2 ช้อนโต๊ะ ช่วยในการขับถ่าย

 

วิธีทานฟักทองให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

     ฟักทองไม่ได้มีดีแค่ เนื้อฟักทองสีเหลืองทองนะ เมล็ดฟักทองเองก็ช่วยคลายเครียดได้ดี น้ำมันฟักทองยังช่วย บำรุงประสาท หรือแม้แต่เปลือกของฟักทองก็ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติอีกด้วย ดังนั้นลองทานฟักทองจากหลาย ๆส่วนดู หากจะหั่นเนื้อฟักทองมาประกอบอาหาร อาจจะเหลือเปลือกบางๆ เอาไว้ทานกรุบๆ บ้างก็ได้

 

ประโยชน์ของฟักทอง

-             ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความแก่ชรา

-             ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิวให้เปล่งปลั่งสดใสและช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น

-             ช่วยบำรุงและรักษาสายตา

-             ฟักทองมีส่วนช่วบบำรุงสุขภาพร่างกาย

-             ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

-             น้ำมันเมล็ดฟักทอง ช่วยบำรุงประสาท

-             ช่วยทำให้อารมณ์ดี เพราะมีส่วนช่วยในการสร้าง Serotonin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์

-             เป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรืออยากลดความอ้วน เพราะมีไขมันน้อย และกากใยสูง

-             ฟักทองมีกรดโปรไบโอนิค ซึ่งมีส่วนให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง

-             มีส่วนช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง

-             มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ

-             ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย บริเวณข้อเข่า บั้นเอว

-             มีส่วนช่วยป้องกันโรคผิวหนัง

-             เปลือกฟักทองช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน

-             ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย หรือหลังจากร่งกายทำงานอย่างหนัก และทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มที่มีประสิทธิภาพ

-             รากฟักทอง นำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ

-             ฟักทองจัดว่ามีกากใยอาหารสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่าย

-             ฟักทองมีฤทธิ์อุ่น จะช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี

-             ช่วป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ในกระเพราะปัสสาวะได้

-             มีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะ

-             ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่ว

-             ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากขยายใหญ่มากขึ้น

-             ช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้จากลูกอัณฑะให้อยู่ในระดับปกติ

-             ช่วบำรุงตับและไตให้แข็งแรง

-             รากฟักทองเมื่อนำมาต้มดื่มจะช่วยถอนพิษจากแมลงกัดต่อย ถอนพิษของฝิ่นได้

-             เยื่อกลางของผลฟักทอง สามารถนำมาใช้พอกแผล แก้อาการฟกช้ำ อาการปวดและลดอาการอักเสบได้

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564

ประโยชน์เด็ดในฝรั่ง และไอเดียการกิน การใช้ฝรั่งเพื่อสุขภาพ ข้อควรระวัง

 ประโยชน์เด็ดในฝรั่ง และไอเดียการกิน การใช้ฝรั่งเพื่อสุขภาพ ข้อควรระวัง

  ฝรั่งเป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ง่าย มีรสชาติอร่อย สามารถเก็บเอาไว้ทานได้นาน เหมาะสำหรับการนำมาทานแก้หิว ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีราคาไม่แพง เป็นแหล่งของวิตามินสูง แต่มีพลังงานน้อยมาก กินแล้วยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลได้อีกด้วย ฝรั่งจะมีดีอย่างไรอีกบ้าง เราลองมาทำความรู้จักกับฝรั่งเพิมเติมกันเลย

ทำความรู้จักผลไม้ที่ชื่อว่าฝรั่ง

  “ฝรั่ง” มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกากลาง จากนั้นจึงได้มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย ฝรั่งเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ชมพู่ เหมาะสำหรับการนำมาทานสด เพราะมีรสชาติหวานกรอบ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินสูง ซึ่งฝรั่งพันธุ์ที่นิยมนำมาปลูกไว้รับประทานได้แก่ ฝรั่งแป้นสีทอง ฝรั่งกิมจู ฝรั่งไร้เมล็ด และฝรั่งกลมสาลี่

ประโยชน์ของฝรั่ง

   ฝรั่งเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามินหลายชนิด ช่วยบำรุงผิวให้สวยใส มีเส้นใยอาหารสูงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก และช่วยลดไขมันในลำไส้ได้เป็นอย่งดี ซึ่งประโยชน์ของฝรั่งก็มีเพิ่มเติมดังนี้


1.   ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

  สรรพคุณข้อแรกของฝรั่งก็คือ ช่วยต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งไม่ให้ลุกลาม

ออกฤทธิ์เสมือนตัวยา ที่คอยควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งที่เกิดขึ้นในต่อมลูกหมาก เต้านม และในช่องปาก

  นอกจากนี้ ฝรั่งยังมีสารไลโคปีนที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย เรียกได้ว่าปกป้องสองชั้นกันเลยทีเดียว

2.   ควบคุมโรคเบาหวาน

  หากผู้ป่วยโรคเบาหวานกำลังมองหาผลไม้ที่ปลอดภัย และมีประโยชน์ ฝรั่ง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีทีเดียว เนื่องจากมีน้ำตาลน้อย ช่วยควบคุมเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่งแน่นอน

3.   ช่วยบำรุงสายตา

  หากเรารู้สึกว่าสายตาล้า อ่อนเพลียจากการจ้องหน้าจอโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ก็สามารถรับประทานฝรั่งเพื่อช่วยบรรเทาได้เช่นกัน

  เนื่องจากในฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามิน A ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยบำรุงสายตา ให้มองเห็นได้ชัดเจนและไม่อ่อนเพลียนั่นเอง อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเป็นต้อชนิดต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

4.   ควบคุมความดันโลหิต

ฝรั่งมีฤทธิ์ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ทำให้ระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติและยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีอีกด้วย

5.   ดูแลต่อมไทรอยด์

คุณประโยชน์อีกหนึ่งข้อของฝรั่ง คือ ช่วยบำรุงต่อมไทรอยด์ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากต่อมไทรอยด์มีหน้าที่สำคัญทั้งควบคุมการผลิตฮอร์โมน และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย ซึ่งในฝรั่งก็มีทองแดง แร่ธาตุที่มีหน้าที่ช่วยบำรุงต่อมไทรอยด์นั่นเอง

6.   ลดอาการท้องผูก

  คนไหนที่มีอาการท้องผูกอยู่เป้นประจำ ลองรับประทานฝรั่งเป้นประจำทุกวัน จะพบว่าระบบขับถ่ายจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่งเห็นได้ชัด ในฝรั่งมีไฟเบอร์จำนวนมาก ทำให้ระบบขับถ่าย และระบบทางเดินอาหารทำงานได้เป็นอย่างดี

7.   ลดรอยเหี่ยวย่น

  ในฝรั่งมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ช่วยป้องกันริ้วรอยก่อนวัย ทำให้ผิวอ่อนเยาว์สดใสได้

  นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว ไม่ให้ถูกทำลายยังส่งผลทำให้ผิวพรรณเต่งตึง และมีความสดใสเปล่งปลั่ง

8.   ช่วยลดน้ำหนัก

ในฝรั่งเต็มไปด้วยใยอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบการย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้ได้สะดวกขึ้น ช่วยให้รู้สึกอิ่มพอดี แต่ไม่แน่นท้อง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนัก

9.   แก้อาการท้องร่วง

  ฝรั่งมีสรรพคุณป้องกันท้องร่วงได้ เพราะมีสารเคมีที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการท้องเสีย ทำให้อาการท้องเสียบรรเทาลง

10.                   ลดจุดด่างดำบนใบหน้า

  ฝรั่งมีฤทธิ์ที่ช่วยลดอาการอักเสบบนใบหน้า ช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิว ลดรอยด่างดำบนใบหน้า และทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส

11.                   ฝรั่งช่วยต้านหวัด

  ฝรั่งมีวิตามินซีสูง ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยร่างการที่ต้องการวิตามินซี 60 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ฝรั่งมีวิตามินซีมากถึง 160 มิลลิกรัม

12.                   ลดไขมันเลว

  ฝรั่งมีสรรพคุณช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกาย จึงส่งผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น

 

ไอเดียการใช้ฝรั่งเพื่อสุขภาพ

  ฝรั่งเหมาะสำหรับการนำมาทาน เพื่อบำรุงสุขภาพ นอกจากนี้ยังนิยมนำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพร ยังแก้อาการผมร่วง ดับกลิ่นปากและใช้ล้างแผลเพื่อฆ่าเชื้อได้ โดยสามารถทำได้ดังนี้

1.     ใช้ดับกลิ่นปาก ฝรั่งเต็มไปด้วยน้ำมันหอมระเหย

วิธีใช้  ให้นำใบฝรั่งมาเคี้ยว 2-3 ใบ แล้วคายกากทิ้ง จะทำให้กลิ่นปากลดลง

  นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการเหงือกอักเสบและรักษาอาการปวดฟันได้เป็นอย่างดี

2.     แก้อาการผมร่วง ใบฝรั่งสามารถนำมาใช้รักษาอาการผมร่วง ที่เกิดจากความเครียดได้

วิธีใช้ ให้นำใบฝรั่งที่แก่จัด 1 กำมือ มาต้ม แล้วนำน้ำที่ได้ มาชโลมให้ทั่วหนังศรีษะแล้วหมักทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดตามปกติ

3.     ใช้ล้างแผล ใบสดฝรั่งสามารถนำมาล้างแผลได้

โดยการนำใบฝรั่งมาตำให้ละเอียด แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็นแผล จะช่วยถอนพิษบาดแผล และช่วยดูดหนองออกได้

4.     ใช้ดับกลิ่น ใบฝรั่งนำมาใช้ดับกลิ่นเหม็นภายในบ้าน โดยเฉพาะกลิ่นเหม็นสาบจากแมลงและซากหนูตาย

โดยใช้ ใบฝรั่งสุก 2-3 ใบ มาวางเอาไว้ในบริเวณที่มีกลิ่น ทำให้กลิ่นเหม็นหายไป

5.     แก้น้ำเหลืองเสีย โดยรากของฝรั่ง มีสรรพคุณในการแก้น้ำเหลืองเสีย

วิธีใช้ ให้นำรากฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาดต้มกับน้ำเปล่าจนเดือด กรองเอาแต่น้ำที่ได้มาดื่มเป็นประจำ โดยนอกจากแก้น้ำเหลืองเสียได้แล้ว วิธีนี้ก็สามารถแก้ปัญหาเลือดกำเดาไหลบ่อยได้อีกด้วย

6.     รักษาอาการท้องร่วง ในคนที่มีอาการท้องร่วง ท้องเสีย ใบของฝรั่ง ก็สามารถนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการได้ด้วย

วิธีนำมาใช้ นำใบฝรั่งประมาณ 10-15 ใบ มาตำให้แหลกและต้มกับน้ำจนเดือด ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นกรองเอาแต่น้ำใช้ดื่มเป้นประจำในช่วงที่มีอาการท้องร่วง ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงและหายเป็นปกติในที่สุด

7.     ใช้ห้ามเลือด เมื่อหกล้ม เป็นแผล มีดบาด หรือเกิดอุบัติเหตุจนทำให้เลือดไหลไม่หยุด สามารถห้ามเลือดได้ด้วยการนำใบฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบริเวณที่เลือดออก จะทำให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น ช่วยทำความสะอาดแผลยังป้องกันการติดเชื้อได้อีกด้วย

8.     สูตรพอกหน้าใส เพียงเลือกใช้เนื้อฝรั่งมาปั่นให้ละเอียดผสมน้ำเล็กน้อย หรืออาจจะเติมมะนาวเข้าไปด้วยก็ได้

  เมื่อได้ส่วนผสมที่เข้ากันแล้ว ให้นำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15-20 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับรองผิวหน้าจะสดใสขึ้น รอยสิว จุดด่างดำจางลง และมีผิวหน้าที่เรียบเนียนกระจ่างใสอย่างแน่นอน

ไอเดียการกินฝรั่งเพื่อสุขภาพ

  นอกจากทานสดแล้ว ยังเหมาะสำหรับการนำมาทำเมนูยำ โดยนำไปปั่นเป็นน้ำฝรั่งเก็บไว้ดื่มยามว่าง นอกจากนี้ ยังสามารถนำฝรั่งไปทานในรูปแบบใดได้อีกบ้าง ตามไปดูไอเดียการกินเพื่อสุขภาพเพิ่มเติมกันเลย

ยำฝรัง

  วิธีทำ เริ่มจาก หั่นฝรั่ง แอปเปิล ส้ม ใส่ชาม แล้วนำไปแช่เย็น เพราะจะทำให้ผลไม้กรอบ จากนั้นเตรียมทำน้ำยำ เริ่มจาก การตำพริกขี้หนูให้ละเอียด ผสมน้ำตาลปี๊บ เกลือ และน้ำมะนาว แล้วใส่น้ำอุ่นเข้าไปเล็กน้อย ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน นำน้ำยำมาราดลงบนผลไม้ที่แช่จนเย็นกรอบแล้ว คลุกเคล้าจนทุกอย่างเข้ากัน ยกขึ้นเสิร์ฟได้เลย เมนูนี้เป็นแหล่งของกากใยอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุครบ แถมยังกินแล้วไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย ดีต่อสุขภาพเต็ม ๆ คำเลยทีเดียว

น้ำฝรั่ง

  วิธีทำ นำฝรั่งมาล้าง หั่นฝรั่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้ นำฝรั่งเข้าเครื่องปั่น ใส่น้ำเปล่า ตามด้วยเกลือและน้ำผึ้งลงไป นำผ้าขาวมากรองเอาเฉพาะน้ำฝรั่งเท่านั้น เก็บใส่ขวดแช่ตู้เย็นเก็บไว้ นำมาดื่มยาท้องว่างเพื่อเพิ่มความสดชื่น รับรองได้รับวิตามินซีจากฝรั่งไปเต็ม ๆ

ฝรั่งแช่บ๊วย

  เป้นเมนูที่ทั้งอร่อย และเก็บไว้ได้นานโดยให้นำผงบ๊วย 1 ห่อ เคี่ยวในน้ำที่กำลังเดือดจนละลาย แล้วยกลงจากเตา นำฝรั่งที่ปอกเปลือกแล้วใส่ลงไปคลุกกับน้ำบ๊วย จากนั้นตักใส่ถุงหรือภาชนะที่ปิดสนิท แล้วนำไปแช่ตู้เย็น สามารถนำมากินได้ตลอดเวลา

ข้ควรระวัง

  ผู้หญิงตั้งครรภ์แนะนำว่า ควรเลี่ยงการทาน หรือไม่ควรทานในปริมาณที่มากเกินไป เพราะฝรั่งอาจจะส่งผลทำให้มีลมภายในช่องท้องมากกว่าปกติ

  “ฝรั่ง” มีเส้นใยอาหารมาก หากทานในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกายก็จะส่งผลทำให้เกิดปัญหาท้องผูกตามมาได้

  หลีกเลี่ยงการรับประทานฝรั่งคู่กับน้ำตาลและพริกเกลือ เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน รวมไปถึงผู้ที่เป็นความดันโลหิตที่ชอบทานแบบจิ้มพริกเกลือที่มีปริมาณเกลือโซเดียมมากเกินไปก็ควรหลีกเลี่ยง หรือลดปริมาณเครื่องจิ้มต่างๆ ให้น้อยลง

  “ฝรั่ง” อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยป้องกันร่างกายจากหวัด มีใยอาหารสูงมาก เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก การทานฝรั่งเป็นประจำ จะทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ป้องกันริ้วรอยก่อนวัย และยังนำมาใช้ป้องกันผมร่วงได้เป็นอย่างดี เรียกว่าดีต่อสุขภาพและความงามแบบครบวงจรอย่างแท้จริง

  แต่เนื่องจากฝรั่งเอง ก็มีข้อควรระวังในการทาน ดังนั้น ทานแบบพอดีพอเหมาะย่อมดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน..

ทันข่าว

บทความแนะนำ

ผักขี้หูด “วาซาบิเมืองไทย” ยอดอ่อน ฝักอ่อน ลวกกินกับน้ำพริกช่วยละลายนิ่ว แก้อาหารไม่ย่อย

  ผักขี้หูด “วาซาบิเมืองไทย” ยอดอ่อน ฝักอ่อน ลวกกินกับน้ำพริกช่วยละลายนิ่ว แก้อาหารไม่ย่อย   “ผักขี้หูด”   ไชโป้วหางหนู ถูกพบมากที่สุดในอ...

บทความยอดนิยม