วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

จะเอาชนะความตึงเครียดและความกดดันได้อย่างไร

จะเอาชนะความตึงเครียดและความกดดันได้อย่างไร 

มีหลายคนเคยกล่าวว่า หากคนเราพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ก็จะทำให้เรา ใช้ชีวิตด้วยความสุข ไม่รู้สึกอยากมีอยากได้ ละวางจากความโลภได้โดยง่าย ละวางต่อคำติฉิน นินทา ต่างๆ นานา ได้ เพียงเท่านี้ ความเครียดก็ไม่มีทางมากล้ำกรายเราได้..แต่..จะมีสักกี่คนที่ทำแบบนั้นได้ เพราะความจริงของชีวิตคือ ทุกคนต้องดิ้นรน ต่อสู้เพื่อปากท้อง ต้องหาเงิน เพื่อเอามาใช้จับจ่ายซื้อของ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีเงินไว้ซื้ออาหารเพื่อกิน ซื้อยารักษาโรค..ดังนั้น ชีวิตจึงเต็มไปด้วยความกดดัน ถ้าหากว่าคนที่มองความจริงของโลกออก และใช้ชีวิตอย่างฉลาด ก็จะไม่ดิ้นรนมาก หรือ หาทางมีความสุขและอยู่บนโลกนี้ได้ด้วยสติปัญญาอย่างชาญฉลาด แม้จะไม่ต้องรวยมาก..ดูเหมือนโลกจะโหดร้ายกว่านั้นอีก เพราะบางคน เอ๊ะ ไม่ซิ หลายๆคนทั่วโลกเลย ประสบปัญหาเรื่องความยากจน แทบจะไม่มีเงินกินข้าว สรุปว่าคนจนมีมากกว่าคนรวย คนรวย ที่มีเงินและใช้ชีวิตเป็นจะพบแต่ความสุข ส่วนคนรวยที่ใช้ชีวิตไม่เป็น ก็จะพบกับความทุกข์อีกรูปแบบหนึ่ง..การเอาชนะความเครียดอาจเป็นเรื่องที่ง่ายๆ ก็ได้น่ะ ถ้าหากคนเรายอมรับความจริง และปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามสถานการณ์ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ทำได้ แก้ปัญหาได้ เท่าที่เราจะแก้ได้ก็พอ ไม่ต้องรวยมาก หามาแค่พอกิน ไม่ต้องกินหรูมาก แค่นี้น่าจะเป็นทางออกสำหรับใครหลายคนที่กำลังประสบปัญหาความกดดัน และประสบปัญหาความเครียดสุมอก รกหัวได้เป็นอย่างดี




หลายคนเมื่อหมดทางแก้ปัญหา ก็ตัดสินใจให้ชีวิตแตกต่างกันไป บางคนแก้ปัญหา จัดการกับความเครียดไม่ได้ก็เลือกจะจบชีวิต และฆ่าตัวตาย บางคนมีครอบครัว จบชีวิตตัวเองไม่พอ จบชีวิตยกครอบครัวก็มี..บางคนเลือกที่จะเข้าวัด..แต่ละคนเลือกวิธีแก้ปัญหาความกดดัน ความเครียดที่รายล้อมต่างกัน มีน้อยคนนักที่จะมองโลกอย่างเข้าใจ บางทีสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบว่า มนุษย์มีกรรมนั้น อาจจะเป็นแค่เรื่องง่ายๆ นั่นคือ มนุษย์เกิดมาต้องหาเลี้ยงปากท้องตัวเอง และครอบครัว ต้องดิ้นรนให้ได้มา แถมยังพบกับความเสื่อมของสังขารร่างกายเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยังไม่มีใครสามารถเอาชนะความตาย และความชรา ความเสื่อมได้ คนที่จัดการความเครียด ปัญหาชีวิตด้วยการพึ่งศาสนา โดยมองโลกว่า ทุกสิ่งเกิดขึ้น และดับไป เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ พอคิดแบบนี้แล้วดูเหมือนว่าบางคนจะสามารถลดความเครียด ความกดดัน และ มองปัญหาชีวิตเป็นเรื่องสัจธรรมที่ทุกคนต้องพบเจอ..แม้ว่าจะไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่า โลกนี้ จักรวาลนี้ หรือจักรวาลไหน ๆ เป็นไปอย่างที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้หรือไม่ นั่นคือ ทุกสิ่งต้องเสื่อม ต้องแตกดับ เมื่อถึงเวลา..ความจริงแล้วอาจไม่เป็นอย่างนั้น .. แต่ถ้าเรามองว่าทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนไม่แน่นอน อาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันได้ตลอด เช่น คนเราเหาะเหินเดินอากาศไม่ได้ วันข้างหน้าในอีก 1 พันปี หรือกี่ปีก็แล้วแต่ ถ้าคนยังไม่สูญพันธุ์ คนอาจคิดวิธีบินได้ โดยไม่ต้องนั่งเครื่องบินก็ได้ ทุกอย่างล้วนไม่แน่นอน น่าจะเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะจริงที่สุด และดูเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า.. เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว ก็กลับมามองตัวเอง ว่าทำไมถึงได้ยึดติด เมื่อเข้าใจอะไรๆดีขึ้นแล้ว ปัญหาต่างๆ ก็ปล่อยวาง และแก้ไข อย่างใจเย็น ไม่ด่วนคิดสั้น แค่นี้ น่าจะทำให้เรามีความสุขได้ และความเครียดจะหมดไป...

โรคทางจิตใจ หมายถึง ความเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งมีสาเหตุมาจากจิตใจ ตัวอย่างเช่น โรคหืด การเป็นแผลที่ลำไส้ใหญ่ ไมเกรน และอาการปวดบริเวณหลัง

จิตใจ และความเจ็บปวด

หลายปีมาแล้วที่นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองกับสุนัขได้แสดงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างจิตใจและความเจ็บปวดทางด้านร่างกาย เขาพบว่าสุนัขดุร้ายเพราะความกระวนกระวายและรักษาแผลโดยไม่ได้กินยาอาหารใดๆ เลย

มีการทดลองอีกแบบหนึ่งที่รู้จักกันดี คือ การข็อตวัวด้วยไฟฟ้าความกลัวการช็อตด้วยไฟฟ้าทำให้เกิดความเครียดขึ้นในใจของวัว พบว่าความเครียดนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากว่าถูกช็อตด้วยไฟฟ้า

ข้อสมมติบานที่ตั้งไว้ว่าถ้ามีความสัมพันธ์ระหว่างจิตใจและร่างกายในกรณีของสัตว์ความสัมพันธ์นี้ต้องใช้ได้มากกว่ามนุษย์

ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของจิตใจและร่างกาย


เนื่องจากอารมณ์ไม่ได้เป็นความรู้สึกในจิตใจเท่านั้น มันมีผลต่อต่างกายด้วย ความกลัว และความโกรธทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้นและเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีภายในร่างกาย มีกรณีของการแข่งขั้นชิงรางวัล ผู้ซึ่งถูกปลุกให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาโดยความเจ็บปวด เพราะว่าเขาเคยฝันถึงการต่อสู้ของเขา ซึ่งจะรู้สึกช็อคได้ และก็เป็นเหตุที่ทำให้เกิดความกดดดันขึ้นแม้ในขณะที่นอนหลับ

แพทย์บางคนเชื่อว่าความเจ็บป่วยต่างๆ มากกว่า 50 % มีสาเหตุมาจากความตึงเครียดและความกดดัน ความกระวานกระวายและการปรากฏของความเครียดที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จะทำให้ระบบประสาทเสื่อมในทำนองเดียวกัน ความเจ็บป่วย หรือการตายของคนภายในครอบครัวหรือการตกงานจะทำให้เป็นโรคประสาทได้ ซึ่งในที่สุดจะทำให้เกิดความเจ็บป่วยที่ร่างกาย

ความกดดัน และโรคหัวใจ


เมื่อร่างกายอยู่ภายใต้ความกดดัน นั่นหมายความว่า ฮอร์โนบางชนิดถูกผลิตออกมามากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และถ้าความกดดันนี้กินระยะเวลานานจะส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นไปอีกมาก และนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวาน

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหัวใจชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ดร. Weiss และ คณะได้เปรียบเทียบเรื่องราวตั้งแต่เกิดจนตายของผู้ที่มีเส้นเลือด 45 เส้นกับจำนวนที่เท่ากันของผู้ที่ไม่มีเส้นเลือด เขาได้ทำการเปรียบเทียบในสิ่งที่คล้ายๆกับท่าทีที่จะเป็นไปได้ เช่นคนที่มีภูมิหลังคล้ายๆกัน อายุและเพศเดียวกัน ระหว่าง 2 ตัวอย่าง เขาพบความเครียดและความกดดันจำนวนมากในภูมิหลังของผู้ป่วยซึ่งได้กลายมาเป็นโรคหัวใจเวลาต่อมา

ไม่มีข้อผิดพลาดแน่ ถ้าร่างกายอยู่ภายใต้ความเครียดและความกดดันที่คงที่ จะไม่เป็นอันตราย มันคล้ายกับรถยนต์ที่มีทั้งคันเร่งและเบรคมันเป็นเรื่องในกรณีของรถยนต์ คุณสามารถใช้อะไหล่สำรองได้ แต่ในกรณีของร่างกายที่ได้รับอันตราย จากความกดดัน และความเครียดอย่างต่อเนื่อง เป็นการยากที่จะรับชิ้นส่วนสำรองได้

ทันข่าว

บทความแนะนำ

ผักขี้หูด “วาซาบิเมืองไทย” ยอดอ่อน ฝักอ่อน ลวกกินกับน้ำพริกช่วยละลายนิ่ว แก้อาหารไม่ย่อย

  ผักขี้หูด “วาซาบิเมืองไทย” ยอดอ่อน ฝักอ่อน ลวกกินกับน้ำพริกช่วยละลายนิ่ว แก้อาหารไม่ย่อย   “ผักขี้หูด”   ไชโป้วหางหนู ถูกพบมากที่สุดในอ...

บทความยอดนิยม