กินฟักทอง ช่วยต้านความชรา ลดอาการปวดเมื่อยของข้อเข่า และบั้นเอวได้
คุณค่าทางโภชนการ ของฝักทอง ต่อ 100 กรัม -
พลังาน 26 กิโลแคลอรี และ ข้อควรระวังในการทาน “ฟักทอง” ที่พึงรู้ไว้
-
เนื้อฟักทอง
มีวิตามินเอสูง รวมทั้ง ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี แป้ง และ
ที่จะลืมไปไม่ได้เลยก็คือ “เบต้าแคโรทีน” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อยู่ในเนื้อสีเหลืองของฟักทอง
สามารถช่วยลดการเกิดมะเร็งโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจได้ แถมเบต้าแคโรทีน
ยังช่วยต้านความชรา ป้องกันโรคผิวหนัง
บรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อเข่าและบั้นเอวได้เป็นอย่างดี
-
-
เปลือกฟักทอง มีฤทธิ์ทางยามากมาย ถ้าทานฟักทองทั้งเปลือก จะสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย
ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิต บำรุงตับ
บำรุงไต บำรุงดวงตา สร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ตายไป
ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
-
ใบอ่อน มีวิตามินเอสูง เท่ากับเนื้อฟักทอง แต่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าในเนื้อ
-
ดอก
มีวิตามินเอ ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส มีวิตามินซีเล็กน้อย
-
-
เมล็ด ประกอบด้วยแป้ง ฟอสฟอรัส โปรตีนและวิตามิน รวมทั้งสารที่ชื่อว่า
“คิวเคอร์บิติน” ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิตัวตืดได้ดี และยังช่วยขับปัสสาวะ
ป้องกันการเกิดนิ่ว และป้องกันการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
นอกจากนี้
น้ำมันจากเมล็ดฟักทองยังช่วยบำรุงประสาทได้ดี
และยังมีกรดอะมิโนบางชนิดที่ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากของผู้ชายขยายใหญ่ขึ้น
และช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้จากลูกอัณฑะให้อยู่ในระดับปกติ
-
ราก
นำมาต้มน้ำใช้ดื่มแก้อาการไอได้และยังช่วยบำรุงร่งกาย ถอนพิษของฝิ่นได้
-
เยื่อกลางผล
สามารถนำมาพอกแผล แก้อการฟกช้ำ อาการปวด อักเสบได้
สำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการลดน้ำหนัก
“ฟักทอง” นี่แหละคือ “ตัวช่วย” ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว
เพราะฟักทองเป็นพืชที่มีกากใยมาก และมีแคลอรี่ไม่สูง ไขมันน้อย จึงไม่ทำให้อ้วน
ในฟักทองมีวิตามินหลายชนิดในปริมาณสูง จะช่วยเสิรมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
ทำให้ผิวพรรณของสาวๆ มีน้ำมีนวลแถมสายตายังดูปิ๊งอีกต่งหาก
นอกจากนี้ สำหรับสตรีหลังคลอดบุตร “ฟักทอง”
ซึ่งมีฤทธิ์อุ่น จะช่วยย่อยอาหารทำให้กระเพราะอุ่น บำรุงกำลัง ลดอาการอักเสบ
แก้ปวดได้อีกด้วย
ข้อควรระวัง
ในการทาน “ฟักทอง”
เนื่องจาก “ฟักทอง” มีฤทธิ์อุ่น ดังนั้น
คนที่ “กระเพาะร้อน” คือ จะมีอาการ เช่น กระหายน้ำ ปากเหม็น หิวง่าย ปัสสาวะเหือง
ท้องผูหก เป็นแผลในช่องปาก เหงือกบวม ไม่ควรทานฟักทองมากเกินไป เพราะอาจจะกระตุ้นให้ร่างกายร้อนขึ้นได้นั่นเอง
แม้แต่ในคนปกติ การทานฟักทองมากเกินไป
อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อไม่สบายท้องได้เช่นกัน ได้เห็นประโยชน์ดีๆ ของ
“ฟักทอง” แล้วอย่าลืมหามาทานกัน
วิธีรับประทาน
“ฟักทอง”
เตรียมเมล็ดฟักทองประมาณ 60 กรัม ทุบให้แตกละเอียดนำมาผสมกับน้ำตาล,
นม และน้ำเติมลงไปจนได้ประมาณ 500 มิลลิลิตร แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2
ชั่วโมงจะฆ่าพยาธิตัวตืดได้
หลังจากให้ยาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง
ควรรับประทานยาระบายน้ำมันละหุ่ง 2 ช้อนโต๊ะ ช่วยในการขับถ่าย
วิธีทานฟักทองให้ได้ประโยชน์มากที่สุด
ฟักทองไม่ได้มีดีแค่
เนื้อฟักทองสีเหลืองทองนะ เมล็ดฟักทองเองก็ช่วยคลายเครียดได้ดี
น้ำมันฟักทองยังช่วย บำรุงประสาท
หรือแม้แต่เปลือกของฟักทองก็ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติอีกด้วย
ดังนั้นลองทานฟักทองจากหลาย ๆส่วนดู หากจะหั่นเนื้อฟักทองมาประกอบอาหาร
อาจจะเหลือเปลือกบางๆ เอาไว้ทานกรุบๆ บ้างก็ได้
ประโยชน์ของฟักทอง
-
ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความแก่ชรา
-
ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิวให้เปล่งปลั่งสดใสและช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น
-
ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
-
ฟักทองมีส่วนช่วบบำรุงสุขภาพร่างกาย
-
ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
-
น้ำมันเมล็ดฟักทอง
ช่วยบำรุงประสาท
-
ช่วยทำให้อารมณ์ดี
เพราะมีส่วนช่วยในการสร้าง Serotonin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์
-
เป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรืออยากลดความอ้วน
เพราะมีไขมันน้อย และกากใยสูง
-
ฟักทองมีกรดโปรไบโอนิค
ซึ่งมีส่วนให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง
-
มีส่วนช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
-
มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ
-
ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย
บริเวณข้อเข่า บั้นเอว
-
มีส่วนช่วยป้องกันโรคผิวหนัง
-
เปลือกฟักทองช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย
ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
-
ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย
หรือหลังจากร่งกายทำงานอย่างหนัก และทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มที่มีประสิทธิภาพ
-
รากฟักทอง
นำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ
-
ฟักทองจัดว่ามีกากใยอาหารสูง
ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่าย
-
ฟักทองมีฤทธิ์อุ่น
จะช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี
-
ช่วป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
ในกระเพราะปัสสาวะได้
-
มีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะ
-
ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่ว
-
ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากขยายใหญ่มากขึ้น
-
ช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้จากลูกอัณฑะให้อยู่ในระดับปกติ
-
ช่วบำรุงตับและไตให้แข็งแรง
-
รากฟักทองเมื่อนำมาต้มดื่มจะช่วยถอนพิษจากแมลงกัดต่อย
ถอนพิษของฝิ่นได้
-
เยื่อกลางของผลฟักทอง
สามารถนำมาใช้พอกแผล แก้อาการฟกช้ำ อาการปวดและลดอาการอักเสบได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น